โดย ใหญ่ เยี่ยมยุทธ
  จะถ่วงล้อเองได้ไหม


ถาม

สวัสดีครับคุณอาและพี่ๆ ในทีมงาน riding-thai.com
ผมอ่านคำตอบในคอลัมน์ ตอบปัญหาจักรยานยนต์ นานแล้วแต่ยังไม่มีใครถามเรื่องการถ่วงล้อมาเลยครับ...ตอนนี้ผมมีปัญหา
เรื่องวงล้อรถฮอนด้า CBR150มันสับเวลาวิ่งเร็วเกินกว่า 100กม./ชม.ยิ่งพอขึ้นมาถึง130กม./ชม.แล้วขี่ไม่ได้เลยครับ...มันสั่น
จนรถลอยเลยละ ผมเลยอยากให้คุณอาช่วยแนะนำวิธีการถ่วงล้อแบบที่ชาวบ้านทั่วไปจะสามารถเอาความรู้มาดัดแปลงและทำ
ได้เองบ้าง เพราะบ้านผมที่นครสวรรค์หาร้านถ่วงล้อไม่ได้เลยครับ..เอาไปให้ร้านรถยนต์ทำก็ไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าน็อตร้อย
เพลามันคนละขนาดกัน...เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเข้ามาพึ่งบริการของ riding-thai จะเหมาะสมที่สุด ขอให้คุณอาช่วยอธิบายและ
มีภาพประกอบด้วยยิ่งดีมากเลยนะครับ... เชื่อแน่เลยว่าต้องมีคนต้องการความรู้ส่วนนี้เยอะผมรอความหวังจากคุณอาและทีมงาน
นะครับ

นิรมิต ผ่องบรรพต
นครสวรรค์

ตอบ
           ได้เลยครับสำหรับข้อข้องใจที่คุณอยากให้เราหาวิธีการถ่วงล้อมาเสนอในคอลัมน์คลายน็อต....ซึ่งที่จริงแล้วมันก็เป็น
ปัญหาอยู่พอสมควร เพราะร้านปะยางหรือร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์มักจะไม่มีอุปกรณ์ในการถ่วงล้อ ปัญหาก็มักจะเกิดตามมา
เมื่อรถเกิดยางแตกแล้วหาซื้อยางแบบจุ๊บเลสส์ไม่ได้...หรือหากหาซื้อได้ แต่เจ้าของรถตามต่างจังหวัดก็มักจะหาทางออก
ในแบบราคาถูกด้วยการใส่ยางใน หรือการปะแบบสตีมยางนอก....ผลของการกระทำดังกล่าวก็เลยมาสร้างปัญหาซ้อนขึ้นอีก
อย่างหนึ่งคือเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ แล้วล้อจะสับ...หมายถึงสมดุลของยางเสียไป....ก็เลยเป็นปัญหาให้เรามาแนะนำวิธีการ
ถ่วงล้ออยู่นี่ยังไง

          ก่อนอื่นคุณก็จะต้องไปหาตะกั่วสำหรับถ่วงล้อแบบบีบสันกลางมาเตรียมเอาไว้ก่อนนะครับ....รูปนี้อาถ่ายมาจากรถของ
อาที่ลงทุนทดสอบและทำด้วยของจริงๆเลย...ได้ผลดีมาก...ขี่นิ่มกว่าตอนยังไม่ได้ถ่วงเยอะ
        • ก่อนอื่นคุณต้องหาสแตนด์แบบยกล้อหลังมาสอดเข้าไปที่สวิงอาร์มให้ได้เสียก่อน....(ทำยังไงก็ได้ที่จะให้ล้อหลังลอย
พ้นพื้นแบบให้สวิงอาร์มขนานกัน)....
        จัดการปลอดข้อต่อโซ่ออก...เพื่อให้วงล้อแกว่งได้แบบอิสสระ
        ปลดคาลิปเปอร์เบรกออก...ด้วยเหตุผลเดียวกัน
        คราวนี้หมุนล้อไปทางไหนก็ได้.....แล้วปล่อยให้มันหยุดเอง...........จะเห็นได้ว่าในขณะที่วงล้อจะหยุดนิ่งในจุดใดจุด
หนึ่ง....วงล้อจะแกว่ง-โยนไปมาก่อนที่จะหยุดนิ่ง....จุดที่อยู่ต่ำสุดนี้คือส่วนที่วงล้อมีน้ำหนักมากที่สุด.....และส่วนที่ (เบากว่า
และจะถ่วงวงล้อ)คือจุดที่อยู่ด้านบนสุดของจังหวะที่วงล้อหยุด....เข้าใจไหมครับ...เราจะต้องถ่วงตะกั่วที่ด้านบน (ฝั่งตรงกันข้าม)
        เอาตะกั่วที่เตรียมไว้-กดฝังลงไปตรงสันล้อด้านบน....แล้วหมุนวงล้อใหม่.....(ทำแบบเดิม) แล้วสังเกตดูว่าวงล้อจะแกว่งไป
หยุดอยู่ตรงจุดไหน....เอาตะกั่วไปถ่วงฝั่งตรงกันข้ามเสมอ
        ในกรณีรถต้นแบบที่อาเอามาทำตัวอย่างนั้น ปรากฏว่าหมุนไปกี่รอบๆ วงล้อก็จะแกว่งมาหยุดอยู่ที่เดิมอยู่ตลอดเวลา...
แสดงให้เห็นเลยว่าวงล้อด้านฝั่งตรงกันข้ามมีน้ำหนักเบากว่าจุดที่วงล้อมาหยุดแกว่งหลายสิบกรัมอยู่เหมือนกัน (เมื่อวงล้อหมุน
ด้วยความเร็วของตัวรถมากยิ่งขึ้น....น้ำหนักของศูนย์ถ่วงที่อาบอกว่ามีน้ำหนักมากกว่าหลายสิบกรัมนั้น-มันก็จะทวีคูณขึ้นมา
เป็นหลาย กิโลกรัม.....จึงทำให้วงล้อสับจนแทบจะขับไม่ได้อยู่นี่ไง)....อาก็เลยถ่วง-และทำซ้ำไปในลักษณะเดิมถึง 5-6 ครั้ง......
กว่าที่วงล้อจะหยุดนิ่งในแบบไม่ซ้ำที่....คือทุกจุดของวงล้อมีค่าเท่ากับ 0 ...(ซึ่งก็ไม่ใช่ 0 จริงๆ หรอก...แต่เราอนุมานเอาว่า...
นี่คือจุดสมดุลย์ที่สุดเท่าที่มนุษย์เราจะทำได้เองโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือกลเข้ามาช่วย) เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นคำตอบ.....
ให้ใครก็ได้ที่คิดจะถ่วงล้อเองอย่าไขว้เขว....ว่าวงล้อเดิมเขาถ่วงมาดี-และมีตำแหน่งดีที่สุดแล้ว (ซึ่งที่จริงก็น่าจะเป็นอย่างที่ว่า
เพราะ รถทุกคันมีมาตรฐานออกมาจากโรงงาน...ผ่าน QC มาแล้ว....ไม่น่าจะมีการคลาดเคลื่อนของจุดศูนย์ถ่วงมากกว่า 3-5 กรัม
อย่างแน่นอน.....แต่เมื่อใช้งานนานๆ ไป...สมดุลย์ของวงล้อก็เลื่อนออกไปได้แบบไม่น่าเชื่อ)....
        สรุปแล้วก็คือว่ารถต้นแบบที่อาเอามาทดสอบทำเป็นตัวอย่างนั้น.....จุดศูนย์ถ่วงของวงล้อมีการคลาดเคลื่อนไปมากกว่า 100
กรัม....(ลองดูตะกั่วถ่วงที่อาใส่ลงไปแบบกระจายน้ำหนักถึง 5-6 ก้อนดูเอาก็แล้วกัน)
        ส่วนวิธีทดสอบว่าศูนย์ถ่วงที่เราค้นคว้าเอาด้วยหลักการทางธรรมชาติจะใช้งานได้จริงหรือไม่ก็ไม่ยากนะครับ...ก็เพียง
แต่สตาร์ทเครื่องแล้วใส่เกียร์ 1-2-3-4-5...ไล่ไปเรื่อยๆ แล้วเร่งเครื่องให้ได้ประมาณ 7-8000 รอบ....หากวงล้อหมุนนิ่งบนขาตั้ง
กลางได้ก็ถือว่าผ่านแล้วละครับ.....นั่นเป็นเรื่องของล้อหลัง.....เมื่อได้ถ่วงตะกั่วไปอย่างที่บอกแล้ว....และสามารถใส่เกียร์
สุดท้าย....เร่งรอบเครื่องได้ถึง 7-8000 รอบ โดยวงล้อไม่สับ-ไม่กระโดดลงมาจากแท่นสแตนด์ก็ถือว่าสอบผ่านแล้วละ.....
คราวนี้ก็มาถึงล้อหน้าบ้าง.....ให้ใช้วิธีตรวจสอบแล้วถ่วงแบบเดียวกัน.....เมื่อวงล้อได้สมดุลแล้ว....แต่คุณไม่สามารถตรวจสอบ
การหมุนได้แบบเดียวกับวงล้อหลัง....เพราะต่อให้เอามือหมุนเท่าไหร่ เราก็จะไม่สามารถทำรอบได้เท่ากับให้มันหมุนด้วย
เครื่องยนต์ได้แน่ๆ....แต่ในเมื่อเราได้กระทำแบบนี้ในวงล้อหลังไปแล้ว-และสอบผ่านไปอย่างที่สาธิตให้เห็นกันแล้ว.....ตรงนี้ก็เป็น
คำตอบแบบเดียวกับวิชาเลขาคณิตที่ว่าด้วยมุมฉาก 2 มุมมาประชิดกัน....ทั้ง 2 มุมย่อมเท่ากับ 2 มุมฉากฉันใดก็ฉันนั้นนะครับ....
หากไม่เข้าใจก็สามารถสอบถามมาได้อีกที่ e-mail ของเรานี่แหละ-อาจะไขข้อข้องใจให้อีก....และจะขอเสริมให้อีกนิดหนึ่งว่า หาก
คุณหาซื้อตะกั่วถ่วงล้อแบบมีคริ๊บหนีบสันล้อกลางไม่ได้....คุณอาจจะดัดแปลงใช้ตะกั่วเส้น (แบบตะกั่วบัดกรี-หรือฟิวส์) มาพันเอากับ
ก้านล้อแม็กฯ ตรงจุดที่มีปัญหาก็ได้เช่นกัน.....เรียกว่าใช้ภูมิปัญญาแก้ปัญหากันให้แบบสุดๆ ไปเลยก็แล้วกัน