โดย วิชิต บางซ่อน     

              ปราสาทหินพิมายนับเป็นสถาปัตยกรรมแบบขอมที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ
ไทย โดยตัวปรางค์องค์กลางสร้างด้วยหินทรายสีขาวล้วน ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วและระเบียงคด
ที่สร้างด้วยหินทรายสีแดง โดยมีรูปพญาครุฑแบกยอดปรางค์คล้ายๆกับหน้าบรรณของวัดไทยใน
ยุคหลังๆ

              ตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ส่วนหนึ่งว่าในช่วงนั้น น่าจะเป็นยุคเดียวกับกษัตริย์ชัยวรมันต์ที่ 7
ซึ่งหันมานับถือศาสนาพุทธแทนศาสนาพราหมณ์เช่นเดียวกับการสร้างปรางค์ปราสาท
นครวัตรและนครธม ซึ่งมีการดัดแปลงสัญลักษณ์สำคัญของศาสนาทั้งสองให้เห็นควบคู่ไปด้วย แต่
สิ่งที่แตกต่างของปราสาททั้งสองแห่งก็คือ ปราสาทนครวัตรจะมีรูปแกะสลักนางอัปสราอยู่มากมาย
แต่ปราสาทหินพิมาย ไม่มีรูปนางอัปสรหรือนางอัปสราแม้แต่นางเดียว….ซึ่งยืนยันให้เห็นอย่าง
เด่นชัดว่าปราสาทหินพิมาย ถูกก่อสร้างขึ้นตามคติของศาสนาพุทธแบบล้วนๆ ดังที่เห็นรูปพญาครุฑ
แบกยอดปรางค์อยู่ตรงส่วนหน้า
              จากอำเภอพิมาย หากเอาแผนที่ประเทศไทยกางออกแล้วลากเส้นตรงไป
สู่จังหวัดสุรินทร์ที่ตำบลตาเมือน ของกิ่งอ.พนมดงรัก ที่นั่นจะมีปราสาทโบราณอีก 3 หลังให้เรา
ได้ติดตามรอยพระเจ้าชัยวรมันต์ในอดีต ซึ่งนักโบราณคดีสำรวจเอาไว้ว่ามีถึง 17 แห่ง โดยมีปราสาท
ตาเมือนธมเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้
              ย้อนภาพกลับไปยังเมืองเสียมราฐในประเทศเขมรนิดหน่อย เราก็จะพบว่า
ในกลุ่มปราสาทนครวัตรนั้น ยังมีปราสาทตาเมือนอยู่ทางด้านทิศตะวันออกแห่งหนึ่งด้วยเช่นกัน
แต่ปราสาทตาเมือนในเมืองเขมรนั้นใหญ่ขนาดเป็นวังหลวงเลยทีเดียว…..ไม่ทราบเหมือนกันว่า
ชื่อเหล่านี้มาคล้องจองกันได้ยังไง…อันนี้ก็ให้เป็นเรื่องของนักโบราณคดีไปศึกษากันเองนะครับ

              สำหรับปราสาทตาเมือนธมในเมืองไทยเรานั้น จัดเป็นศิลปะแบบ”บาปวน”
สร้างในยุคพุทธศตวรรษที่ 16 ตามคติของศาสนาฮินดูนิกายไศวะ ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้า
สูงสุด โดยปรางค์ประธานหันไปทางทิศใต้ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์
โดยองค์กลางเป็นปรางค์ประธาน….ส่วนบรรณาลัยมีสองหลังต่อด้วยระเบียงคดและซุ้มประตู
พร้อมสระน้ำ 2 สระสำหรับการทำพิธีกรรมสรงสนาน..ส่วนศิวะลึงค์ที่เป็นเทรดมาร์คของพระศิวะ
นั้น ขอมโบราณไปเจอะแจ็คพ็อต ได้หินธรรมชาติที่มีองคาพยพคล้ายๆกับศิวะลึงค์ เลยสบายมือ
ไปหลายวัน….คือไม่ต้องแกะสลัก
              ไม่รู้เหมือนกันว่าช่างในสมัยนั้นจะต้องนั่งถ่างขาของตัวเองขณะทำงาน
หรือไม่และอย่างไร….
              อ้าว….ก็ดูแบบของตัวเองไปด้วยและก็แกะสลักไปด้วยไงล่ะ เกิดแกะสลักแล้วไม่เหมือนของจริง
ช่างคนนั้นก็จะโดนติดคุกเอาเปล่าๆ…

              หรือว่าเขาจะมีนายแบบคนหนึ่งรับงานนี้โดยเฉพาะก็ไม่ทราบเหมือนกัน คือเจ้าตัวอาจจะนุ่งผ้า
ขาวม้าผืนหนึ่งแล้วก็เดินสายไปตามกลุ่มช่างที่ทำหน้าที่แกะสลักหำพระศิวะในแต่ละปรางค์…พอ
ไปถึงก็ถลกผ้าขาวม้าออกแล้วแง้มให้ดูเฉพาะสิ่งที่ช่างต้องการเห็นเป็นต้นแบบสักแห่งละ 5 นาที
แล้วก็เดินลอยหน้าลอยตาไปโชว์จุดอื่นๆต่อไป….
              เรื่องนี้คุณผู้อ่านก็ต้องจินตนาการเอาเองนะครับ
จากปราสาทตาเมือนธมติดชายแดนเขมรนั้น ถอยหลังเข้ามาในเขตแดนไทยอีกประมาณ 2 กม.
จะมีปราสาทตาเมือนโต๊ดซึ่งเล็กลงมาหน่อย…..และที่สุดของเส้นทางสายชัยวรมันต์ก็จะเป็นบท
สรุปด้วยปราสาทตาเมือน…..ชื่อเดียวกับปราสาทในกลุ่มนครวัตรที่ได้บอกไปแล้ว
ส่วนเมื่อลากเส้นดินสอพาดมาถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติตรงสามแยกประโคนชัยแล้ว….ตรงนี้คง
ไม่ต้องอธิบายคุณผู้อ่านก็จะทราบว่าที่นั่นจะมีปราสาทเมืองต่ำและปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งได้รับการ
บูรณะเรียบร้อยไปแล้ว

              และหากเบนไปทางขวาของชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว….ตรงนั้นจะเป็นที่ตั้งของปราสาท
สะด็อกก็อกธม…..ซึ่งปรักหักพังลงจนเหลือเพียงซุ้มประตูและหน้าบรรณเท่านั้น ช่วงนี้ทางกรม
ศิลปากรกำลังเข้าไปบูรณะองค์ปราสาทตามหลักวิชาการแผนใหม่…โดยได้รับความช่วยเหลือจาก
องค์การต่างประเทศหลายแห่ง….ประมาณว่าการบูรณะคงจะแล้วเสร็จภายในเวลาอีก 2 ปีเป็น
อย่างน้อย
              ผมเข้าไปดูมาแล้วครับ….ปราสาทแห่งนี้อยู่ในป่า เข้าไปแล้วเกือบจะออกไม่ได้ เพราะหลง
ทางขับวนมันอยู่คนเดียวนั่นแหละ