|
เงียบไปหลายเดือนสำหรับการส่งข้อเขียน
และแนวคิดมาร่วมเสวนากับ
Riding-thai จดหมายฉบับนี้เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า
สังคมของคนใช้รถ
เริ่มปั่นป่วนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนั้น ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งเริ่มหากินลำบาก
เนื่องเพราะเจ้าหน้าที่ขาดวิจารณฌาน และหลายคนทำงานตามกระแสลวง
กลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนขับรถจักรยานยนต์ไปเสียแล้ว เมื่อตำรวจราจร
เริ่มจับรถแบบเหวี่ยงแหและยัดเยียดกันหลายข้อหา ทั้งๆ ที่นักขี่รถในแต่ละกลุ่มนั้น
ไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับการนำรถ ออกไปซิ่ง จนเป็นเรื่องก่อความเดือดร้อนและ
รำคาญต่ผู้อื่นแต่อย่างใด ข้อหาหลักๆในระดับต้น ก็คือการดัดแปลงสภาพ
..ไม่มี
อุปกรณ์ควบคู่
.ตัดทะเบียน
..หรือแม้แต่ขับไม่ชิดขอบทางในกรณีหลังที่กล่าวนี้
เป็น
ข้อหาสุดฮิต ที่เป็นยาขมหม้อใหญ่ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เบื่อถึงขึ้นเอียน
แต่สำหรับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น กลับถือเป็นสูตรสำเร็จของการตั้งข้อกล่าวหาแบบเบ็ดเสร็จ
เมื่อรถ
จักรยานยนต์ ขับผ่าน รถยนต์ที่จอดขวางอยู่ในทางด้านซ้าย
คำว่าขับผ่านในที่นี้ก็คือการขับผ่านรถที่ยนต์ที่จอดขวางทางด้านซ้ายจริงๆ
..
ไม่ใช่การแซงผ่านรถยนต์ที่วิ่งอยู่ในทางซ้ายแต่อย่างใดทั้งสิ้น
เรายังนึกไม่ออกเอาจริงๆ
ว่า ในใจจริงของเจ้าพนักงานจราจร ต้องการให้
รถจักรยานยนต์จอดต่อท้ายรถยนต์ที่จอดขวางเอาไว้หรืออย่างไรกันแน่
หรือจะให้ขับชน
ท้าย เพื่อให้กลายเป็นปัญหาทางสังคมต่อไปแบบไม่จบไม่สิ้นก็ไม่รู้ได้
เพราะรู้ก็รู้อยู่แก่
ใจด้วยกันทุกคนแล้วว่า การขับผ่านรถที่จอดอยู่ทางด้านซ้ายนั้น
..รถที่ขับผ่านก็จำเป็น
จะต้องขับแซงทางขวาโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
.แต่เมื่อรถจักรยานยนต์ขับผ่าน
กลับถูก
จับในข้อหา ขับรถไม่ชิดขอบทาง
..
ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่บังคับให้รถยนต์จอดทางด้านขวาของถนน
เพื่อให้
รถจักรยานยนต์แซงทางด้านซ้ายก็หาทราบไม่?
..
จากข้อหาหลากหลายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
เริ่มบูรณาการทางความคิด ในช่วงหลัง
นี้ เราพบว่า จากปัญหาของสังคมคนใช้รถที่มีกลุ่มวัยรุ่นนำรถดัดแปลงสภาพและตกแต่ง
เพิ่มความเร็วออกมาแข่งขันกันบนถนนหลวงนั้น มีหลายเสียงและหลายกระแสแสดง
ความคิดเห็นออกมาว่า
การจะกำราบนักซิ่งเถื่อนเหล่านี้ให้หมดไปจากสังคมผู้ใช้รถใช้ถนนได้
.จะต้อง
ปราบที่ต้นตอ คือร้านรับดัดแปลงสภาพ หรือร้านขายท่อไอเสียให้ราบคาบ
.แล้วใน
ที่สุด รถแข่งก็จะหมดไปจากถนนในเมืองไทยเอง
เขาคิดอะไรกันอยู่
และเอาอวัยวะส่วนไหนมาช่วยคิด
..เราอยากทราบด้วย
เหมือนกัน หากเป็นเรื่องแค่ความคิดของคนบางคน
.ภาษาพระเรียกกันว่า
อันธพาล
ทางปัญญา
อันธพาลมิใช่คำหยาบ
แต่เป็นคำบาลีที่พระพุทธองค์ตั้งความหมายเอาไว้ว่า
ความมืดบอด
.แต่ถ้าจะให้เราคิดแบบคนทันสมัย เราจะเรียกคนที่มีความคิดเหล่านี้ว่า
มันคือจุดเริ่มต้นของมะเร็งทางสติปัญญา
ทั้งหมดที่เขียนมานั้น
ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หรือเป็นการประชดประชันให้กับใคร
โดยเฉพาะ
.แต่เรื่องจริงเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแล้วเกือบจะทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์การ
ตกแต่งเกือบทั่วประเทศหลายรายยืนยันกับเราว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยบุกเข้าไปยึดท่อ
ไอเสียจำนวนหลายสิบอันจากร้านของตัวเองไปเป็นของกลาง แต่ไม่มีข้อกล่าวหาให้เป็น
กิจลักษณะแต่อย่างใดทั้งสิ้น
เป็นเพียงแค่คำพูดปากเปล่าว่าทำตามนโยบายของนาย
หรือบางแห่งก็กล่าว
แบบลอยๆ ว่า ขายอุปกรณ์ตกแต่งรถเพื่อยั่วยุให้เกิดการแข่งขัน
ฟังดูแล้วก็แปลก
ที่ร้านขายอุปกรณ์การตกแต่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปยึด
สิ่งของจากภายในร้านได้โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง
.และพิจารณาจากความเป็นจริง
ทั้งๆ ที่สิ่งของเหล่านั้นก็คือสินค้าที่สุจริตชนจัดเตรียมเอาไว้เพื่อการจำหน่าย
และไม่ใช่
สินค้าต้องห้ามตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใด
นอกจากไม่ได้เป็นสินค้าต้องห้าม
แล้วก็ยังเป็นสินค้าที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า
มันคือต้นเหตุของการก่อการร้าย แต่อย่างใดทั้งสิ้นอีกต่างหากด้วย
ท่อไอเสียและชิ้นส่วนของแต่งในรถจักรยานยนต์
ย่อมแตกต่างกับน้ำยาเคมีบาง
ตัวที่กระทรวงสาธารณะสุขประกาศให้เป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาบ้า
ห้าม
ครอบครอง หรือห้ามมีเอาไว้เพื่อจำหน่ายในทุกรณี
ท่อไอเสียนั้น
นอกจากจะเอาไปผลิตเป็นยาบ้าไม่ได้แล้ว ยังเอาไปเป็นอาวุธจี้
ปล้นใครไม่ได้อีกด้วย
..ถ้าจะมีคนอุตริเอาไปใช้เป็นอาวุธแล้ว
โลกนี้ก็คงจะมีแต่คน
ปัญญาอ่อนแน่นอน
ไม้ตีพริกนั่นแหละถูกกว่าและตีกระบาลได้เหมาะมือกว่า
.แถมถือแล้วยังเท่ห์
กว่าเป็นไหนๆ
กล่าวถึงกรณีการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจบุกเข้าไปยึดเอาท่อไอเสียไปจาก
ร้านขายอุปกรณ์การตกแต่งแล้ว ยังมีอุปกร์อีกหลายชิ้นที่สามารถซื้อหาเอาไปสร้างความ
เสียหายให้แก่สังคมได้อีกหลายชนิด เช่นหมึกอินเดียนอิ้งค์
.เข็มเย็บกระสอบ
..หรือ
เหล็กจาร
เหล็กจารคืออุปกรณ์สำคัญในการสักร่างกายเพื่อนำเอาหมึกเข้าไปฝังเอาไว้ใต้
ผิวหนัง อย่างที่เราเรียกกว่า การสัก นั่นแหละ
การสักยันต์หรือการเล่นคาถาอาคมนั้น
ไม่มีบทบัญญัติใดๆห้ามปรามเอาไว้
.
แม่แต่กฎหมายก็ไม่ได้เอาผิดกับคนสักยันต์
.ถ้าเจ้าตัวไม่ได้ถูกบังคับขืนใจให้กระทำ
กรณีนี้เจ้าของร่างกายสามารถฟ้องร้องกล่าวโทษในข้อหาทำร้ายร่างกายต่อเจ้าพนักงาน
ได้
จริงอยู่
..
การสักยันต์นั้น
ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย
และก็ไม่สามารถเอารอยสักอันแสน
ดุดันบนร่างกายไปข่มขู่ให้ใครยื่นทรัพย์สินให้ได้อีกต่างหากด้วย
.เรียกง่ายๆ
ว่าใช้เป็น
อาวุธไม่ได้ในทุกกรณี
แต่ในวงการนักเลงนั้น
ท่านว่าการลงอาคมและรอยสัก สามารถทำให้คงแก่อาวุธ
และมีจิตในหึกเหิม
.บางรายถึงกับฟันไม่เข้าและยิงไม่ออก
.เหมาะแก่การตีรันฟันแทง
กับคู่อริต่างสถาบันเป็นยิ่งนัก
เห็นกันบ้างไหม?ว่านักศึกษาหลายๆสถาบันที่ถูกจับได้เพราะยกพวกตีกันเป็น
อาชีพมาหลายปีนั้น
แต่ละคนลงอาคมมาแล้วกี่ครั้ง
.และกี่อาจารย์
ถ้าร้านขายท่อไอเสียเป็นแหล่งยั่วยุให้เกิดการแข่งขันได้
..ทำไมเจ้าสำนักสัก
ยนต์และขันน้ำมนต์ รวมไปถึงเหล็กจาร จะถูกยึดไปเก็บเอาไว้ที่สถานีตำรวจบ้างไม่ได้
นี่คือแนวคิดและข้อเขียนแบบบูรณาการของเราเหมือนกัน
|